Illustrator is me !

posted on 22 Feb 2010 20:39 by teddy001

สวัสดีค่าา หลังจากไม่ได้อัพบล็อกมานานมาก คิดถึงเพื่อนๆใน exteen มากๆเลยย

ระหว่างที่เราหายไป เราได้(โดนบังคับ)ให้ศึกษา เกี่ยวกับกราฟฟิคเพื่อช่วยธุรกิจคุณแม่

ในตอนแรก เราไม่ยอมทำอะไรเลย คิดแต่ว่าจนกว่าจะได้เม้าส์ปากกานั่นแหละ ถึงจะทำ

 [เม้าส์ปากกาที่ราคาแบบ ไม่มีปัญญาซื้อเอง ยังจะนั่งเฉยๆรอให้แม่ซื้อีก นังบ้าา!!]

แต่แล้ววันนึง แม่ก็คยั้นคยอ ให้เราลองเล่น Adobe Illustrator ขั้นรุนแรง

พูดเช้า

พูดเย็น

พูดจนเรายอม [แม่น่าสงสารมากอ่าา]

 

เราได้รับบทเรียนจากพี่JipJipคนนี้ค่ะ รู้สึกเป็นพระคุณมาก ทำให้เราได้ความคิดใหม่ๆเพิ่มอีกเพียบ

ไปที่นี่เลยย>> จิ้มที่นี่

 

ในบทเรียนแรกๆพี่เขาจะสอนเกี่ยวกับพื้นฐาน ซึ่งเข้าใจง่ายมากๆ

รูปแรกๆที่เราทำ ทำได้จากตัวอย่างที่พี่เขาสอนค่ะ

ข้ามรูปกล่องเพราะเส้นที่เราทำมันน่าเกลียดมาก [55]

 

ดังนั้น

Breakfast เป็นผลงานแรกของเราที่ภูมิใจจนวิ่งเต้นรอบบ้าน

มันเป็นอะไรที่ภูมิใจสำหรับคนที่เล่นกราฟฟิคไม่เป็นจริงๆค่ะ

และพอผ่านอะไรแบบนี้ไปแล้ว ก็มีความรู้สึกว่ามันง่ายขึ้นเรื่อยๆ

ผลงานที่สองคือ

นี่ค่ะ เป็นการใช้ pen tool อย่างยากเย็น เราเป็นคนที่ใช้ pen tool ไม่เป็นจริงๆค่ะ

ใช้ทีไร ตัวเราเองเนี่ยแหละ บิดตามเม้าส์เลย (ฮา)

ผลงานนี้เราชอบมากค่ะ รู้สึกว่ามันน่ารัก

พี่เขาสร้างสรรค์ออกมาได้น่ารักสมกับเป็นกราฟฟิคดีไซเนอร์

ตอนทำเสร็จรู้สึกดีมากจริงๆนะ ชอบกินช็อคโกแลตเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย

ตอนหลังๆอยากจะลองประดิษฐ์ช็อคโกแลตน่ารักๆขึ้นมาอีก

 

 

หลังจากทำบทเรียนนี้เสร็จ พี่จิ๊บก็เริ่มสอนการวาดตัวการ์ตูน สิ่งใช่ไหมไม่ถนัดเอาซะเลย

เลยคิดว่าจะฝึกใช้ pen tool ให้คล่องก่อน

เลยได้งานที่ประดิษฐ์ด้วยหัวสมองตัวเองขึ้นมาสองขึ้น

คือ

 

และ

 

อันหลังที่ WOW! มากๆ

เพราะถือเป็นการก้าวเข้าสู่ การช่วยทำธุรกิจของแม่แล้ว เย่!

เป็นการวาดโดยเน้นการลงสีเป็นหลัก ไม่ใช้ stroke ทำให้ภาพดูเหมือนเป็นโมเดลมากกว่าเป็นการ์ตูน

อันนี้คิดว่าพี่จิ๊บคงไม่ได้พูดถึง (หรืออาจจะพูดถึงแต่ใช่ไหม อ่านไม่ละเอียด)

 

โปรแกรมนี้เวลาเรารู้อะไรมาบ้างเล็กน้อย

เราก็สามารถนำมาปรับปรุงได้เยอะอย่างนี้นี่เอง!

ตอนนี้ก็ยังไม่รู้หน้าที่ของอุปกรณ์หลายอย่างใน Illustrator

ถ้าใครมีอะไรแนะนำ ก็ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ

หรือใครที่สนใจด้านนี้ขึ้นมา

ขอบอกว่า ไม่ยากอย่างที่คิดนะ! มีอะไรมาปรึกษามาคุยกันได้นะจ๊ะ

เรายังต้องพัฒนาอีกมากเลย

จะทยอยนำผลงานมาอัพเรื่อยๆนะคะ

 

ถ้าชอบก็ ขอคอมเม้นหน่อยน้า  

 

Edit รอบที่500

ลืมบอกว่า ทั้งหมดนี่ ใช้เม้าส์หนูนะจ๊ะ เม้าส์ปากกาเลยรู้สึกว่าไม่ค่อยจำเป็นเลย [ไม่เปลืองด้วย]

แต่ว่าถ้าได้ ก็คงเป็นการดีต่อการลงสีใน photoshop เนอะ อิอิ 

 

edit @ 22 Feb 2010 21:01:54 by [ใช่ไหม]?

edit @ 22 Feb 2010 21:02:55 by [ใช่ไหม]?

edit @ 22 Feb 2010 21:03:48 by [ใช่ไหม]?

edit @ 22 Feb 2010 21:15:21 by [ใช่ไหม]?

แซงเอ๋ยแซงคิว

posted on 01 Oct 2009 20:07 by teddy001

ตอนนี้ข่าวคุณป้าสิเรียมกับน้องนนนี่กำลังบู้มสุดๆ

ใครยังไม่ได้อ่านก็ลิ้งนี้เลยเจ้าค่ะ 

http://www.rssthai.com/reader.php?t=local&r=15226

 

อู้วหู ตูมตามสุดๆ ในพันทิบก็ใส่กันเต็มที่ใครผิดใครถูก

 ไอ้เราก็ยังเด็ก ขออ่านเฉยๆ แล้วแอบขำในใจว่า ใครให้ไปต่อแถวรอดูไอ่หมีแพนด้านั่นล่ะ

จนกระทั่งวันนี้เจอกะตัวเอง ถึงกับมึน

เรื่องมันเป็นแบบนี้...

....

 

           

ตอนนี้เลยซึ้งเลยค่ะ

แต่คนที่มาทีหลังเราแต่ได้ก่อนเขาก็ไม่รู้เรื่องนะคะ

เรื่องแบบนี้อยู่ที่ตัวแม่ค้าเลยค่ะ

คนในโทรศัพท์เขาก็ถามว่า จะรอทำไมเนี่ย 

เราก็เกรงใจไม่รู้เขาสั่งไปรึยัง ซักพักมองเข้าไปในครัว ทำไมไม่เห็นของเราซักทีหว่า

(เริ่มเสียวๆ จะสองทุ่มละ ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย)

สุดท้ายคือ เราต้องทวงเค้าค่ะ

ถามแบบหน้าโหดๆว่า

 

 
ป้าแกรีบ บอกว่าทำแล้วๆๆ เลยล่ะ
 
ทั้งๆที่ความจริงมาตั้งแต่ตอนยังไม่มีคน แต่พอมีลูกค้าที่รู้จักมาสั่ง
 
ดันทำให้เขาก่อนซะอย่างนั้น
 
ดูเอาเถอะคนเรา
 
แบบนี้แทบไม่ต่างกับในข่าวเลยมั้งเนี่ย?
 
 
กรณีอื่นๆ ก็มีเช่น
 
การขึ้นรถเมล์ การซื้อตั๋ว การขึ้นบันได
 
และเรื่องที่เป็นอันดับต้นๆนี่ ก็มักจะเป็น
 
เรื่องกิน
 
สั่งอาหารทีไร โดนแย่งทุกทีสิพระเจ้าจ๊อส
 
ทำไมถึงไม่คิดกันบ้าง ว่าคนที่เขามาก่อนน่ะ
 
ทั้งหิว!
    
 
ทั้งรอ! 

 
ทั้งเซ็ง!
 
 
ไม่ว่าจะคนขายคนซื้อ ทำงี้มัน
 
ไม่ถูกต้อง!
 
หนูจะไม่ยอมอีกต่อไป
 
(เรื่องกินนี่ไม่ยอมใครจริงๆ)
 
ขอแค่สังคมเรามีจิตใจแบ่งปัน และจิตเมตตา
 
ทำไรนึกถึงคนอื่นเขาบ้าง เท่านี้คงจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ
 
 
ปล.
 
เห็นข่าวข่มขืนทุกวัน
 
ไม่รู้จะทำยังไงนอกจาก เตือนทุกคนและป้องกันตัวเองค่ะ
 
ขอให้ผู้ที่ประสบปัญหานี้ผ่านมันไปได้ด้วยดี
 
และขอให้คนที่กระทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ ให้อวัยวะส่วนนั้นเป็นสุขๆเถิดค่ะ
 
ซ้าาาาธุ๊!! แรงๆซักที
 
 
 

 

 
 

 

edit @ 2 Oct 2009 00:46:02 by [ใช่ไหม]?

edit @ 2 Oct 2009 09:42:17 by [ใช่ไหม]?

คำพูดที่พูดยากที่สุด

posted on 18 Sep 2009 21:49 by teddy001

 {คือคำขอโทษ}

 

ยากตรงไหนน่ะหรือ? ก็อยากตรงที่ จิตใจของเราเอง

รู้สึกผิดแทบจะคร่ำครวญออกมาเป็นเพลงออเคสตร้า แต่ว่าพูดไม่ออก เพราะอะไรไม่รู้

ความจริงแล้ว คำขอโทษเป็นคำที่พูดง่าย พอๆกับ ขอบคุณ หรือ สวัสดี

แต่คนบางกลุ่ม คิดว่า คำขอโทษ แปลว่า เรายอม

ยอมให้เขาข่มเรา

ยอมให้เขายิ้มเยาะเรา

ยอมให้เขาโขกสับเรา

ความจริงมันก็ใช่ แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง เรื่องของจิตใจของคนๆนั้น

แต่การขอโทษออกไป มันจะทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้น...จริงหรือ

 

คำตอบคือจริง

มันจะทำให้เราสบายใจขึ้นทันตาเห็น สบายใจในส่วนของเรา

เขาไม่ให้อภัยเรา แต่เราขอโทษแล้ว ก็ไม่เป็นไร

เราจะกลายเป็นคนดีขึ้นมาทันทีเลย ถ้าหากเราขอโทษแล้วเขาไม่ให้อภัย

 

กลับกัน ถ้าเราไม่ยอมขอโทษ

คิดว่า เราถูกแล้ว หรือปล่อยไปมันก็คงจะดีขึ้น

คิดดูว่า ขนาดเราขอโทษเขาแล้ว เขายังฝังใจ

นับประสาอะไรกับไม่มีคำขอโทษ เขาคงจะทั้งฝัง ทั้งเกลียดไปเลยทีเดียว

 

ขอโทษไม่มีคำว่าสายเกินไป

คิดได้ให้รีบไปสะกิดเขาแล้วขอโทษ

แต่ไม่ได้แปลว่า ปล่อยไว้นานๆ เขาก็จะยังยกโทษให้

คนเราจิตใจสูงส่ง ต่ำช้า ไม่มีระดับเท่ากัน

บางคนขอโทษเขา เขายังไม่แล

บางคนยังไม่ทันขอโทษก็หายเสียแล้ว

 

แล้วอย่างนี้ จะเทียบได้หรือ กับการที่จะขอโทษช้ากับขอโทษเร็วนั้น อะไรดีกว่ากัน

จะมีอะไรดีเท่า รู้ว่าผิดเมื่อไร ก็ขอโทษเมื่อนั้น

จริงอย่างที่เขาว่า

สังคมคงจะดีขึ้น ถ้าคนเรารู้จักฟัง และ ขอโทษ

 

 

-------------------------------------------------------

วันนี้อารมณ์แย่มาก เลยต้องมาเขียนอะไรแบบนี้

 

รู้สึกผิด แ่ต่ว่าเขาก็ผิด เลยไม่อยากขอโทษเท่าไหร่

แต่ว่าเราผิดนี่นา โอ้ยยยย

 

edit @ 18 Sep 2009 22:13:26 by [ใช่ไหม]?

ครั้งแรกของหนู!!

posted on 14 Jul 2009 18:53 by teddy001

แงๆๆ วันนี้แอบไปอ่านเอนทรี่ของคุณพี่prema-ja ที่ขึ้น HotPost! มา

ชอบมากเลยค่า ^^ คุณพี่เก่งมากเลย

 

เลยลองวิชาซะเลย

 

 

ซึ่งมันห่วยมากอ่ะ!! ไม่ไหวเลยค่าา!! อยากจะบ้า

 

เกลี่ยยังไงก็ไม่รู้ ฝีมือหรืออะไร แล้วลายเส้นก็...

 

แต่สำหรับตัวใช่ไหมเองถือว่าโอเคแล้วอ่ะค่ะ (แบบเข้าข้างตัวเองนะ)

 

เพราะไม่เคย (จริงๆ) ไม่เคยวาดรูป ลงสีในโฟโต้เลย

 

และที่วาดมันก็เม้าส์ เม้าส์ที่เป็นเหมือนหนูอ่ะ

 

นั่งหลังคดหลังแข็ง วาดออกมา 

 

รูปหน้าคิดว่าคงจะอีกประมาณ 10 ปีน่ะค่ะ

 

T^T So Long CG !!

 

ดูรูปกันดีกว่า(มั้ง)

ต้องย่อให้เล็กๆเข้าไว้ น่าอายสุดๆอ่ะ T^T

 บ๊ายบายค่ะทุกคน ขอบคุณสำหรับคอมเม้น

 

ปล. ข้างบนที่เน้นแดงคือต้องการให้ได้รับความสงสารให้มากที่สุด

รันทดที่สุดเลยใช่ไหม!!

T[]T แง

happy birthday แก่เพื่อนเอิง วงศ์ศิริ อู่เพียรพงษ์

วันที่5มิถุนายน ปี52 ค่ะ

-----------------------------------------------

ดังนั้น วันนี้พวกเราจึงไปรับประทานสเต็กสามย่านกัน!!

ว้าวๆๆๆ ดีใจมากๆ เนื่องจากไม่ได้กินมานานแรมปีแล้ว

แต่ได้ยินมาว่า ตลาดสามย่านมันปิดไปแล้ว

คุณเพื่อนก็บอกว่า มีอีกที่นึง ที่เคยไปกินกัน

เราก็ไปด้วยทันที เลย

ปรากฏว่ามันคือร้านที่ มากินทีไรก็เจอ แต่ไม่เคยเหลียวตามอง

ใช่ไหม ผิดหวังม๊ากมากกกกกกกก

 

ทำไมต้องร้านนี้ฟระ!! แช่บรีส!! (ยื้มเขามา)

 

นี่คือร้านที่ ใช่ไหมไม่ปลื้มมาก ตั้งแต่การบริการ สถานที่ และอาหาร

ห่วยสิ้นดี ไม่มีอะไรกู๊ด

 

๑. บริการ

เพื่อนที่มาร้านนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อนเจ้าของวันเกิดมากลุ่มสุดท้าย

กลุ่มแรกมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนใช่ไหมคือกลุ่มที่สอง

มาถึงเจอเพื่อนๆกำลังนั่งดูดน้ำรอ

"อ้าว ไมไม่สั่งไรกินรอล่ะ" ใช่ไหมถามก่อน

"สั่งเป็นชาติแล้ว ไม่มาซักที"

 

แล้วหลังจากนั้นก็รู้อีกว่า กว่าเมนูจะมาถึงมือ ก็ราวๆ 5 นาทีหลังจากตูดสัมผัสกะเก้าอี้

แถมพอได้อาหารแล้ว..."ไหนวะช้อนส้อม จะให้กูแดร๊กยังไง" เพื่อนไหมถามเสียงดัง

แล้วหันไปถามอย่างสุภาพ (แต่โหดเหี้ยมอลังการ)

"พี่ ขอมีดกะส้อมหน่อย มาแค่นี้กินไม่ได้หรอกนะ" อย่างงี้เรียกสุภาพป่ะ ?

หยิบให้ แต่มีการตอบกลับมาว่า "พี่ไม่ว่าง"

แล้วให้ไอ่ที่ยืนกระดิกตูดนินทาซ้อใหญ่เอ็งนั่นคือบีซี่มากใช่ป่ะ!!

อยากจะกระโดดเตะให้หายหิวจริงๆ

 

พอเราสั่งสเต็กมั่ง เราก็สั่ง "บอสตัน พอร์ก สเต็ก" (เบาะแสร้าน ๕๕๕)

พนักงานก็ถามเราว่า สั่งคู่กับอะไร เราก็ งง ก็เลยถามกลับว่า คู่กับอะไรหมายความว่าไง

มัน (ขออนุญาตใช้มัน) ถามกลับว่า "ไม่รู้เหรอครับ?" ด้วยน้ำเสียงดูถูกมากมาย

อ้าวไอ้เวง นี่กรุเป็นลูกค้าป่ะ ถามกลับงี้ไม่แดรกแม่งเลย

แต่ก็สั่งๆไป เกรงใจเพื่อน

 เรื่องรสชาติจะพูดถึงทีหลัง

 คุณคือ ผู้บริการนะคะ ไม่มีสิทธิมาดูถูกลูกค้า แม้ว่าพวกเราจะใส่ชุดนักเรียน

ทำไมเหรอคะ ลูกค้าที่เขามาเป็นครั้งแรกจะสามารถตรัสรู้ได้เองว่า

ของๆคุณจะต้องคู่กะไอ่บ้านี่ หรือ ไอ่ห่านั่น

หรือการที่เราใส่ชุดนักเรียนเนี่ย เราจะไม่มีเงินมาจ่ายคุณ คุณถึงได้ไม่เทกแคร์เราเลย

พวกเรามีพ่อมีแม่นะคะ บอกต่อได้ว่า ร้านคุณนะ มันห่วยแตก กะหรั่ว มั่วซั่ว บลา บล่า บล๊า (นี่โมโหจริงๆ)

แล้วการที่ลูกค้าขอร้องให้คุณเอาเทียนเล่มเดียวไปปักบนอาหาร

นี่มันหนักหนาสาหัสมาก ถึงขนาดต้องเอาเทียนกับไฟแช็กมายัดใส่มือคืน?

บางทีร้านอื่นที่เขาไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ อาจจะมีน้ำใจมากกว่าพวกคุณนะ

โดนแอร์ดูดน้ำใจจนเหือดแห้งไปหมดแล้วมั้ง เอาไปแช่น้ำซักสองคืนคงจะดีขึ้นอ่ะ

อืดพอดี

 

 

 

 

๒. สถานที่

ร้านนี้มันมีแอร์ไว้เลี้ยงแมลงสาปชัดๆ

เข้าไปก็เจอกลิ่นแมลงสาปก่อนกินสเต็กซะอีก

แถมร้านนี่ก็คราบเกรอะกรังตั้งแต่นอกร้านยันในร้าน

 ห้องน้ำ ก็อย่างกะห้องน้ำที่ตลาด ถ้ามันมีคนเก็บตังค์หน้าห้องน้ำคงใช่เลย

ไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมยังมีคนขยันเข้าร้านนี้จัง

แต่เอาเถอะ

เพื่อนไหมบอกว่า รสนิยมไม่เหมือนกัน

โหย รสนิยมคนเราคือแบบ ร้าน ซะกะมะกะ อย่างเงี้ยเนี่ยนะ!!

คุณขา โภชณาการ และอนามัยมันสำคัญมากนะ

สิ่งที่คุณกินเข้าไปเนี๊ย มันสะอาดจริงป่าว!

กลิ่นแมลงสาป มันเกิดมาจากแมลงสาปนะคุณ ไม่ใช่เกิดจากผักกะหล่ำ

มันมีกลิ่นก็แสดงว่า มันมีตัวอยู่ด้วย

ได้กลิ่นก็กรุณาเดินออกไปเลยเถิดดดด

 

(อย่าพลาดแบบเรา) T T

 

 

๓. อาหาร

บอกได้คำเดียวว่า ห่วยแตกสิ้นดี แอนด์ธรรมดามากๆ

พอร์กชอพ คือแบบมีเดี่ยม แรร์ก็รู้นะ แต่แบบมีเลือดนองมันก็คงจะไม่ใช่มีเดี่ยม แรร์แล้วล่ะ

แถมจานไหนชุบแป้งทอด นี่ก็แข็งขืนกับใบมีดมาก

เลื่อยไม่ออกกันเลยทีเดียว (เพื่อนใช่ไหมถึงกับเลิกกินไปพักนึง แล้วค่อยกลับมาเลื่อยต่อ)

ราคาก็ถือว่าแพง และไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยกับขนาดของอาหาร

แพง(เพราะชาร์จค่าแอร์) และไม่อร่อย + ปริมาณน้อยจัด

มันไม่ใช่เรื่อง!!

เรื่องรสชาติ ไม่ขอพูดถึงเยอะ อยากรู้ ไปลอง

แล้วคุณจะรู้ว่า มันน่าเสียดาย(เงิน)ยิ่งนัก

 

 

 

เป็นคำเตือนถึงผู้บริโภคหลายๆท่านนะคะ

อย่างแรกเลย อย่าเชื่อ ในสิ่งที่เพื่อนบอก 100 เปอร์เซนต์

การที่เพื่อนมาบอก ว่าร้านนี้ดี หรือ เยอะ สำหรับพวกเขา

อาจจะคนละแบบกับเรา (ใช่สิ เรามันคนละรสนิยมนี่)

 

และ จงเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำถูกค่ะ

พนักงานไม่ใช่เจ้าของร้าน การให้เกียรติเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญมาก

แต่ถ้าเขาไม่ให้เกียรติเราซึ่งเป็นลูกค้า

มันก็หมายถึง การดูถูกเราอย่างหนึ่งนะคะ

หากเสื้อผ้าเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คุณไม่สามารถดูแลเราได้

เราก็จะ...

ไม่ไปเหยียบร้านคุณอีกเลย

พอใจป่ะ???!!!

 

 

ช็อกเหรียญ ๕ บาท ปลอม

posted on 29 May 2009 22:44 by teddy001

1. วันนี้ใช่ไหมต้องรีบออกจากโรงเรียนไปขึ้นรถไฟฟ้าค่ะ

 ไปเรียนพิเศษต่อ เลยโดดขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก

และโดยธรรมเนียมของเพื่อนๆ ก็คือแชร์จ่ายค่ะ ใช่ไหมเป็นคนหยิบแบงก์20บาทขึ้นมา

ดังนั้นเพื่อนที่เหลือก็ต้องจ่ายเงินมาให้ใช่ไหมคนละ5-6บาท

ใช่ไหมรับเงินมาแล้วหยอดลงกระเป๋าตังค์ทันที คิดเพียงว่า รถตุ๊กตุ๊กสมัยนี้มันซิ่งเว่อร์เกิ๊น!!

 

2. เมื่อไปถึงสถานีรถไฟฟ้า เนื่องจากใช่ไหมยังไม่ได้ตั๋วเดือน จึงต้องไปแลกเหรียญมาหยอดตู้

ราคาจากตรงนี้ไปอ่อนนุชคือ 25 บาท

ใช่ไหมมีเหรียญ5บาทอยู่ในกระเป๋าสตางค์สองเหรียญ จึงแลกมาแค่20บาท

พอหยอดลงไป20บาท ก้อหยิบเหรียญ5ขึ้นมาหนึ่งเหรียญ(เหรียญที่เพื่อนให้มาตอนอยู่บนตุ๊กตุ๊ก)

แว่บแรกที่หยิบขึ้นมา บอกได้เลยว่า

 เบา ผิด ปกติมากๆ รูปร่างก็ไม่คุ้นมือ

แต่พยายามไม่คิดอะไร หยอดมันลงไป

ครั้งแรก ไม่เข้า ซึ่งปกติมันมีโอกาสบ่อย เวลาเราหยอดเหรียญไม่แรงพอ (คือต้องดันมันเข้าไปแรงๆ)

ใช่ไหมเลยหยอดรอบสองค่ะ

มันก็ลงมาอีก ใช่ไหมเริ่มรู้สึกแปลกๆ เลยลองอีกที

คราวนี้เลยมั่นใจว่า มันเหรียญปลอมชัวร์ๆค่ะ

ใช่ไหมเลยหยิบอีกเหรียญขึ้นมา ซึ่ง น้ำหนัก และ รูปร่างคุ้นมือเหมือนทุกที

และมันก็หยอดได้ด้วยดิ  - -*

 

3. ใช่ไหมเลยเดินไปหาเพื่อน ที่ยืนรออยู่ด้านในแล้วว่า

"เราโดนเหรียญ5ปลอมว่ะแก" เพื่อนใช่ไหมตาโตแล้วถามกลับด้วยคำถามที่มีน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อปนอยู่

"งั้นแกหยิบเหรียญแกขึ้นมา" ใช่ไหมบอก เพื่อนไหม นามสมมติว่า อ.

ซึ่งอ. เป็นคนที่เอาเหรียญปลอมเนี่ยให้ใช่ไหม (แต่มันไม่ใช่คนผลิตนะ - -*)

มันควานหยิบเหรียญ5อีกเหรียญมาจากกระเป๋ากระโปรง

คราวนี้ไหมเห็นปุ๊บ บอกได้ทันทีว่า

"มันของปลอมเหมือนกัน" เพื่อน อ. ถึงกับหน้าเครียด ปากก็บ่นว่า จำไม่ได้เลยว่าเอามาจากไหน

ยืนอยู่ตรงนั้นราวๆครึ่งชั่วโมง

เพื่อปรึกษากันว่า จะไปบอกตำรวจดีรึเปล่า

ใจนึงก็กลัวไปบอกแล้วเขาหาว่าไร้สาระ แต่ใจนึงก็ไม่อยากให้มันเกลื่อนเมือง

เพื่อน อ. มีญาติทำงานอยู่ธนาคารชื่อดัง

แต่พอโทรไปปรึกษากลับโดนตอกกลับว่า ไม่มีตังค์กลับบ้านหรอ? คงจะคิดว่าโทรมาขอตังค์แหงๆ

(ภายหลังเพื่อน อ. บอกว่าน่าจะได้มาจาก แมคโดนัลด์สาขาโลตัสอ่อนนุช)

 

4. หลังจากนั้นอีก ก็สังเกตอีกว่า เหรียญนี่

ทำมาแบบน่าเกลียดมากมาย

ตัวหนังสือไม่เหมือนกับเหรียญที่เราใช้ในปัจจุบันค่ะ คนละฟ้อนท์กัน  (ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายเก็บไว้)

รูปในหลวงที่อยู่ฝั่งหัวก็หันพระพักตร์แปลกๆ (ผิดองศา)

ด้านก้อย อย่างกะคนละวัด

ด้านข้างเหรียญ บางเกือบจะครึ่งหนึ่งของเหรียญห้าปกติ ค่ะ

และ ขูดแล้วเป็นรอย ขอบอกได้เลยว่า ไม่ใช่นิกเกิลแน่นอน

ตอนแรกเพื่อนไหมบอกว่า มีมาตั้งนานแล้ว มันใช้ได้ แถวอ่อนนุชใช้กันเกลื่อน (เวรกำ)

แถมยังบอกอีกว่า ถ้าจะทำปลอม ทำแบงก์ดีกว่ามั้ย ทำเหรียญทำไมต้นทุนสูงกว่าทำแบงก์อีก

(มันรู้ได้ไง ไม่ได้ถาม ฮ่าๆ)

ใช่ไหมนึกว่า มันเป็นเหรียญออกใหม่อ่ะ ก็เลยเฉยๆ

แต่พอไปถามผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่บอกว่า มันของปลอม ใช้แล้วโดนตำรวจจับ

ทีนี้พวกใช่ไหมสามคนก็นั่งมึนกันว่าจะเอายังไงดี

ตอนนี้เพื่อนใช่ไหมเป็นคนเก็บเหรียญไว้

ถ้าติดต่อได้จะเอารูปมาลงให้นะคะ

 

**สุดท้าย พวกเราก็ไม่ได้ติดต่อหน่วยงานใดเลยค่ะ เพราะความที่ว่าเป็นเด็กนักเรียน

และไม่มีความมั่นใจ (กลัวจะโดนตอกกลับ) ก็เลยเก็บเอาไว้**  รู้สึกผิดนิดหน่อย

 

 

 

แต่ไม่อยากจะให้นำไปใช้กันนะคะ (ถ้ามันเป็นเหรียญปลอม)

ให้รีบติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เขาตรวจสอบดีกว่านะคะ

ใช่ไหมไม่ชอบเรื่องแบบนี้เท่าไหร่  มันทำลายชาติบ้านเมืองทางนึง

และเป็นการลบหลู่สถาบัน

เหรียญที่คุณใช้ มี พระเจ้าอยู่หัวของเราอยู่นะคะ

 

edit ค่า

เห็นบางท่านบอกว่า เจอเหมือนกัน

ใช่ไหมเองก็ไม่แน่ใจนะว่า มันของปลอมอ่ะป่าว

ถ้ามันจะเป็นเหรียญรุ่นใหม่ก็ตลกไปหน่อยนะ

 

ส่วนบางท่านที่บอกว่ารอดูรูป จะรีบๆๆๆๆเอามาให้ ก่อนที่จะหลุดฮ็อตนะ เดี๋ยวจะลืมกันไป

เดี๋ยวจะไม่ได้ดูกัน  (ฮา)

แต่จริงอย่างที่บางท่านว่า ที่บอกว่า

มันแบนๆ ผิดปกติ

อยากให้มีใครซักคนที่เจอแบบนี้ สอบถามหน่อยงานให้รู้แน่ไปเลยเนอะ

ยังไงใช่ไหมก็คิดคล้ายๆ คุณอนึ่งความคิด นะคะ

ปลอมแล้วมันได้กำไรตรงไหน!!!! แล้วปลอมทำไมเนี่ย!!!

ไร้สำนึกมาก!!

 

ปล. สมมติว่า เราโวยวายเต็มที่ ปรากฏว่าเป็นเหรียญรุ่นใหม่จริงจะทำไงดีอ่ะ

๕๕๕๕

 

 

ทุกท่านคะ หากต้องการเห็นรูปตามไปดูที่ลิ้งของคุณ คห.35ได้เลยน้า

เห็นเขาบอกว่าไม่ใช่เหรียญปลอมด้วย

กลายเป็นใช่ไหมโวยวายไปเองค่ะ ขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ ที่ทำให้ตกอกตกใจ

เป็นเหรียญกษาปณ์รุ่นใหม่นี่เองค่ะ

ใช่ไหมคิดว่าก็ดีแล้วค่ะที่ไม่ใช่เหรียญปลอม ถ้ามันใช่ต้องวุ่นวาย

 

สุดท้ายก็อยากจะพูดกับตัวเองว่า

อั๊ย หน้าแต่ก

 

เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 บาท โลหะ เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่ความหนาลดลงจาก 2.20 มิลลิเมตร เป็น 1.75 มิลลิเมตร น้ำหนักลดลงจาก 7.50 กรัม เป็น 6.00 กรัม

 

ว้ากๆๆๆ ๕๕๕๕

 

 

edit @ 29 May 2009 23:21:26 by [ใช่ไหม]?

edit @ 29 May 2009 23:26:24 by [ใช่ไหม]?

edit @ 30 May 2009 19:52:28 by [ใช่ไหม]?

edit @ 30 May 2009 20:14:09 by [ใช่ไหม]?

edit @ 30 May 2009 20:26:44 by [ใช่ไหม]?